“If you intend to write as truthfully as you can, your days as a member of polite society are numbered.”
On Writing เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเขียน ที่เขียนโดยนักเขียนที่ชื่อ Stephen King ซึ่งเป็นนักเขียนที่ผมชอบงานเขียนของเขามาก (โดยเฉพาะนิยายชุด The Dark Tower ที่เขาตั้งใจว่าจะเขียนให้หนากว่าคัมภีร์ไบเบิล)
Stephen King แบ่งหนังสือเป็นสามช่วง โดยช่วงแรกจะเล่าตั้งแต่เขาจำความได้นจนถึงได้รับเงิน $200,000 จากการขายนิยาย (แค่เรื่องเดียว) ซึ่งเป็นเหมือนการแสดงให้เห็นว่ากว่าจะมาถึงทุกวันนี้เขาเจออะไรมาบ้าง และสิ่งเหล่านั้นได้หลอมรวมเขาให้กลายเป็นอย่างทุกวันนี้ได้ยังไง
ช่วงกลางของเล่มเป็นการพูดถึงเทคนิคการเขียนอย่างตรงไปตรงมา หลังจากเกริ่นนำบางส่วนรวมไปกับประสบการณ์ชีวิตในช่วงแรกแล้ว ซึ่งถึงแม้ส่วนใหญ่จะยึดตามหลักภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่ก็น่าจะนำไปใช้ในภาษาอื่นได้ไม่ยากนักตามนี้
- ไม่ควรใช้ passive voice พร่ำเพรือ การที่อะไรบางอย่างทำอะไรสักอย่างมันดูเท่กว่าถูกทำเยอะ
- กำจัด adverb ให้ได้มากที่สุด เพราะถ้ายังต้องใช้ adverb ช่วยขยายความก็แปลว่าเรายังเล่าเรื่องได้ไม่เห็นภาพเท่าไหร
- ตัดคำที่ไม่จำเป็นออก โดยอาจจะใช้หลัก 2nd draft = 1st draft - 10%
- เขียนไปก่อนเท่าที่จะนึกออก แล้วมา revise ทีหลังอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง
ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้น เขาเปรียบแต่ละเรื่องราวเหมือนชิ้นฟอสซิลที่รอการค้นพบ ไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างขึ้นมาเองใหม่ ฉะนั้นหน้าที่ของนักเขียนคือเฝ้าค้นหาและนำสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาในสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือในอีกนัยหนึ่งคือ แทนที่จะคิดเรื่องขึ้นมา ก็ให้ลองปล่อยความคิดไปตามทางและบันทึกเรื่องราวที่พบเจอระหว่างทางกลับมาให้ครบถ้วนที่สุด
ส่วนหลังสุดใช้ชื่อว่า On Living เป็นเหตการณ์ช่วงที่เขาถูกรถชนบาดเจ็บสาหัสจนแทบจะกลับมาเขียนไม่ได้เพราะไม่สามารถนั่งติดต่อกันได้เป็นเวลานาน แต่ทุกอย่างก็ดีขึ้นตามลำดับด้วยการช่วยเหลือจากภรรยาของเขาที่คอยดูแลและเป็นกำลังใจให้เขาเสมอมาจนทำให้เขากลับมาทำงานได้อีกครั้งในที่สุด (รวมถึงปิดต้นฉบับหนังสือเล่มนี้)
ส่วนของแถมท้ายเล่มเป็นตัวอย่างของการ "ตัด" สิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากต้นฉบับ ว่าช่วงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้อย่างไร
ผมยังไม่เคยอ่านหนังสือหรือเข้าเรียนในหัวข้อที่เกี่ยวกับการเขียนเลยไม่รู้ว่า On Writing ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับการเขียนได้เป็นอย่างไรบ้างเมื่อเทียบกับเล่มอื่น ยกเว้นคำนิยมมากมายที่อยู่บนหน้าปก แต่หลังจากอ่านจบผมก็ได้ข้อสรุปแล้วว่าควรจะต้องทำอะไรต่อไป
“If you want to be a writer, you must do two things above all others: read a lot and write a lot. There's no way around these two things that I'm aware of, no shortcut.”
