Mobile Platform

Living in harmony

ผมตื่นเช้าขึ้นมาด้วยนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต้ะข้างหัวนอน หลังจากหยุดปลุกผมแล้วมันก็แสดงรายการของสิ่งที่ผมควรจะต้องรู้ในเช้าวันนี้ มีอีเมลจากทีมที่อยู่ในอีกทวีปหนึ่ง 3 ฉบับ และนอกนั้นก็เป็นข่าวประจำวัน

โทรศัพท์เครื่องเดิมที่ปลุกผมอ่านอีเมลจบก่อนที่ผมจะอาบน้ำเสร็จ เนื่องจากเป็นแค่รายงานสรุปผลที่ไม่มีอะไรมากนัก ผมจึงสั่งให้โทรศัพท์อ่านข่าวในหัวข้อที่ผมสนใจต่อไป ต้องขอบคุณอัพเดตเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่แล้ว ผมจึงไม่ต้องปิดฝักบัวก่อนออกคำสั่งเพื่อป้องกันไม่ให้โปรแกรมสับสนระหว่างเสียงผมกับเสียงน้ำกระทบกับพื้น

หลังจากจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะอาหารได้สักพัก ผมก็รู้สึกอยากเห็นสถานการณ์ของข่าวที่กำลังฟังจากโทรศัพท์ จึงหยิบ Tablet ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาปลด lock เพื่อดูวีดิโอประกอบ แต่กลับไม่มีอะไรน่าสนใจอย่างที่คิดจึงปิด Tablet และวางมันกลับไว้ที่เดิม พร้อมกับเสียงอ่านข่าวที่เงียบลงกลางคัน ก่อนที่จะดังขึ้นอีกครั้งเพื่ออ่านข่าวถัดไป

Read the rest of this entry »

Solution for Home Button

อ่านเจอบล็อกของ Aza Raskin เรื่องปุ่ม Home ของโทรศัพท์มือถือแล้วน่าสนใจดี

สรุปสั้นๆ คือการออกแบบปุ่ม Home ของ iPhone หรือ Back ของ Android ยังคงสร้างความสับสนให้คนใช้อยู่โดยบน iPhone นั้นอาจเผลอกดปุ่ม Home ตอนที่อยากจะกลับมาหน้าแรกของแอพฯ ส่วนปุ่ม Back ของ Android ก็ไม่รู้จะ Back ไปไหน (แถมไม่มี Forward กลับไปเผื่อกดผิดอีกต่างหาก) ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากที่เราอยากกลับไปหน้าแรกของแอพฯเหมือนกันเลยน่าจะแบ่งปุ่ม Home ออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับ OS ที่กดแล้วกลับไปหน้า Home Screen ของโทรศัพท์ กับระดับแอพฯ ที่กลับไปหน้าแรกตอนที่เราเข้าแอพฯมาครั้งแรก

แต่ปัญหาต่อมาคือมีปุ่ม Home เพิ่มมาอีกปุ่มมันไม่เท่ แถมจะทำให้เราสับสนอีกต่างหาก เลยคิดไปถึง mechanism สุดคลาสสิกของปุ่มชัตเตอร์ในกล้องถ่ายรูปที่กดลงครึ่งนึงเพื่อโฟกัส และกดเต็มเพื่อลั่นชัตเตอร์ ที่เอามาแก้ปัญหานี้ได้แบบลงตัวมากคือ กดลงครึ่งนึงเพื่อกลับไปหน้าแรกของแอพฯที่เรากำลังใช้อยู่ และกดเต็มเพื่อกลับไปหน้า Home Screen ของโทรศัพท์

อาจเอามาใช้จริงไม่ได้แต่ถือว่าสร้างสรรค์มาก (น่าเสียดายที่จะไม่ได้อยู่เป็น Creative Lead ให้ Firefox แล้ว)

The Fragmentation of Mobile Platform

จากที่เคยได้คุยกับ @champillon เรื่องอนาคตของ mobile platform และการมาของ iPad ทำให้อยากเขียนการคาดเดาของตัวเองว่าผลสุดท้ายของสงครามนี้จะออกมาในรูปแบบไหน แต่หลังจากได้อ่าน The Future of Web Content – HTML5, Flash & Mobile Apps ซึ่งได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ตัวเองยังคิดไปไม่ถึง ก็พบว่าบทความนี้น่าจะครอบคลุมความเป็นไปได้ทั้งหมดแล้ว

ตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้จัก Ajax (ตอนประมาณปี 3) ก็รู้สึกได้ทันทีว่าเว็บจะมาแทนเดสก์ท็อปได้แน่นอน (เคยอยากทำโปรเจคจบเป็น WebOS แต่คิดไปคิดมาแล้วการเปลี่ยนระบบปฎิบัติการเป็นเว็บตรงๆ มันไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง ที่ถูกที่ควรคือ SaaS) เพราะจุดสำคัญของมันคือเป็นอิสระไม่ขึ้นกับแฟลตฟอร์มใดๆ

และหลังจากการเปิดตัวของ iPad ที่ถึงจะสามารถใช้แอปพลิเคชั่นร่วมกับ iPhone OS ได้ แต่นักพัฒนาก็ต้องมา "ปรับแต่ง" แอปพลิเคชั่นให้เหมาะกับแต่ละอุปกรณ์อยู่ดี ทำให้เห็นภาพของการ "กระกัดกระจายของแพลตฟอร์ม" ที่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับความง่ายในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชั่นให้สามารถทำงานได้เทียบเท่า Native Application ในแพลตฟอร์มเหล่านี้ ทำให้สุดท้ายแล้วนักพัฒนาจะหนีมาซบอก HTML5 กันหมดหรือเปล่า

แต่ความคิดของผมก็เปลี่ยนไป เพราะบทความข้างต้นมองในมุมกลับกันว่าแท้จริงแล้วจะเป็นผู้กำชัยชนะในสงครามแฟลตฟอร์มที่สามารถดึงคนมาใช้ได้มากที่สุดต่างหากที่จะกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างเพราะ

Whether on the supply side of content and applications, or on the distribution and run-time side of the equation, what is abundantly clear is that reach is still king.