Review

Portal 2

เล่นจบไปนานมากแล้ว เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมเขียนถึงเกมดีๆ แบบนี้

ถ้าเคยได้เห็นตัวอย่างมาบ้างจะรู้สึกเลยว่าเกมนี้มีแนวทางการเล่นที่ต่างไปจากบรรดาญาติในตระกูล FPS ทั้งหลายตรงแทนที่จะใช้ปืนยิงศัตรูที่วิ่งไปมาในฉาก ก็ใช้ปืน (Portal Gun) ยิงใส่สภาพแวดล้อมรอบตัวเพื่อดัดแปลงมันให้เป็นไปตามไอเดียของเราว่าจะแก้ปัญหาที่เจอในขณะนั้นได้ยังไง

ต้องยอมรับว่ารูปแบบการเล่นที่เพิ่มขึ้นมาจากภาคแรกนั้นทำออกมาได้ดีมาก ชนิดที่ถึงจะคาดไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วก็ยังรู้สึกทึ่งกับความสร้างสรรค์และทะเยอทะยานของทีมพัฒนาที่พยายามใส่ความสนุกและตื่นตาตื่นใจเอาไว้ในตัวเกมให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อเล่นไปสักระยะหนึ่งมันก็เริ่มรู้สึกเบื่อที่ต้องทำอะไรซ้ำเดิมไปมาบนกลไกและเงื่อนไขของเกม สิ่งเดียวที่เพิ่มขึ้นไปตามเวลาการเล่นก็มีแค่ความยากที่บางทีก็เห็นทางออกแล้วแต่ขี้เกียจทำเท่านั้นเอง และเมื่อเล่นไปได้ประมาณสามในสี่ของเนื้อเรื่องทั้งหมด ผมก็ถอนหายใจพร้อมกับรำพันกับตัวเองในใจว่า "อะไรวะ แก้ปริศนาอีกแล้วเรอะ!" จากนั้นก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปทำอะไรอย่างอื่นสักพักหลังจากเล่นติดต่อกันมาประมาณหกชั่วโมง ก่อนที่จะหันกลับมามองโน๊ตบุคที่ผมใช้เล่นเกม หายใจเข้าจนสุดปอดแล้วปล่อยมันออกมา จากนั้นก็กลับไปเล่นต่อ

ผมอยากรู้ว่าเรื่องมันจะจบยังไง

Read the rest of this entry »

Super 8

ตามปกติแล้วเวลาดูหนังผมจะไม่ค่อยคาดหวังจากผลงานที่ผ่านมาของผู้กำกับหรือบริบทต่างๆ มากนัก เพราะก็มีหลายครั้งที่ผมพบว่าการคาดหวังนั้นทำให้ดูหนังไม่สนุกเอาเสียเลย

Super 8 ก็ช่วยให้ผมมั่นใจอีกครั้งว่าผมคิดถูก

ไม่ใช่ชื่อเสียงของทีมงานอย่าง J.J. Abrams หรือ Steven Spielberg แต่เป็นการวางตัวของหนังไม่ว่าจะเป็นใบปิดหนังหรือตัวอย่างที่ทิ้งความอยากรู้ให้คนที่ดูจบ (อย่างน้อยก็ผมคนนึง) สงสัยว่าหนังมันมีอะไรดีถึงได้มีตัวอย่างให้ดูแค่นี้!

ซึ่งหลังจากได้ดูจบก็พบว่ามีดีจริงๆ แต่ยังดีไม่พอกับความคาดหวังที่สร้างให้คนดูอย่างไม่รู้ตัว เหมือนนักยิมนาสติกฝีมือดีแต่เรียกท่ายากแล้วแสดงออกมาได้ไม่ถึงเกณฑ์

ไม่ใช่ว่าตัวหนังไม่มีอะไรดีเลย ที่จริงแล้วต้องบอกว่าดีมากเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่อง การกำกับภาพที่เนี๊ยบไม่มีที่ติ ดนตรีและเสียงประกอบที่ทำเอาผมขวัญผว่า การแสดงที่สุดยอดของเด็กๆ ที่เป็นตัวละครหลักในเรื่อง และแถมฉากรถไฟตกรางสุดวินาศสันตะโรที่สุดในชีวิต (ของผม) อีกหนึ่งฉาก

แต่ตัวคูณความยากที่ทำให้ความดีงามทั้งหลายพังทลายไปก็คือประเด็นต่างๆ ในหนังที่ไม่ได้พัฒนาอย่างลื่นไหลไปจนสุดทางเท่าที่ควร ทำให้เกิดความสงสัย ไม่ต่อเนื่อง และรู้สึกสะดุดไปตลอดทาง จนทำให้บางทีผมก็รู้สึกไปเองว่าความสวยงามที่เห็นเป็นแค่สูตรสำเร็จที่เอามาใช้ผิดที่ผิดเวลาเท่านั้นเอง

สรุป : ถ้าหลับตาข้างนึงมองแค่องค์ประกอบต่างๆ Super 8 ก็เป็นหนังที่ดีมากเรื่องหนึ่ง แต่พอเปิดตาอีกข้างก็จะเจอกับภาพรวมที่ค่อนข้างขัดใจ

สรุป (spoil) :
สงสัย Spielberg จะอยากทำ E.T. แบบเลือดสาด

Norwegian Wood (Movie)

หลังจากลัดคิวหนังสือมากมายที่อยู่ในรายการ เพราะอยากอ่านฉบับหนังสือให้จบก่อนดูเรื่องนี้ในโรงหนัง ก็พบว่าตัวเองตั้งความหวังไว้ไม่สูงเท่าไหรเพราะประเด็นสำคัญในเนื้อเรื่องต่างก็ซ้อนทับกันอยู่เหมือนกองแก้วน้ำคริสตัลใสที่ถูกวางเรียงสวยงามตั้งโชว์อยู่ในห้างสรรพสินค้าที่ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดไปเข้าใกล้ ขาดแค่ส่วนเสี้ยวเล็กส่วนหนึ่งไปก็หมายถึงการพังทลาย และด้วยข้อจำกัดของตัวหนังเองก็คงหลักเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องหยิบบางส่วนออกจากกองแก้วนี้ไป

(มี spoil นะครับ)

Read the rest of this entry »

127 Hours

ความโดดเดี่ยวมักจะจูงมือเพื่อนที่ชื่อว่าความสิ้นหวังมาน๊อคเราล้มลงจนหน้ากระแทกบนพื้นเวที แต่ก็ยังโชคดีที่ไม่มีกรรมการมาคอยนับกดดันให้เราต้องรีบลุกขึ้นมา จะมีก็แต่ตัวเราที่เป็นคนตัดสินว่าจะลุกขึ้นสู้ต่อหรือยอมแพ้แล้วกลิ้งเอาจิตใจที่บอบข้ำลอดเชือกและหลบสายตาของคนดู (ที่มีแต่เราเอง) ลงจากเวทีไป

127 Hours หยิบเอาช่วงเวลาที่สิ้นหวังของ Aron Ralston ผู้โชคร้ายที่โดนหินทับแขนติดแหงกอยู่กลางหุบเขา บลู จอห์น มาเล่าผ่านมุมกล้องที่แปลกตาและฉลาดของผู้กำกับ Danny Boyle และการแสดงที่ยอดเยี่ยมของ James Franco ให้เราซึมซับถึงความรู้สึกที่หลังไหลและถาโถมเข้ามาหาผู้ชายคนนี้ในซอกผาและพัดพาเขาไปสู่การตัดสินใจที่น่าจะง่ายและเจ็บปวดที่สุดในชีวิต

หลายคนในโรงที่ผมเข้าไปดูถึงกับเสียน้ำตาให้กับตอนจบ อาจเป็นเพราะรู้สึกถูกกดดันมาตลอดทั้งเรื่อง แต่ส่วนหนึ่งก็คงต้องยกความดีความชอบให้กับเพลง Festival ของ Sigur Rós ที่เหมือนจะมีตัวตนอยู่เพื่อมาบอกเล่าความสวยงามที่หนังต้องการจะหยิบยื่นให้ผู้ชม

ความสวยงามที่ไม่อาจบรรยายได้เป็นภาพหรือคำพูดใด

ความสวยงามของการมีชีวิตอยู่

Black Swan

ผมเพิ่งเคยดูหนังของ Darren Aronofsky แค่เรื่องเดียวคือ The Fountain ซึ่งก็พบว่าผมชอบแนวทางของผู้กำกับคนนี้มาก แต่เรื่องอื่นอย่าง Requiem for a Dream, Pi และ The Wrestler ก็ยังไม่ได้มีโอกาสหามาดูเหมือนกัน

สำหรับเรื่องนี้ก็ลุ้นแล้วลุ้นอีกว่าจะเข้าฉายในโรงหรือเปล่า เพราะครั้งก่อนที่กว่า The Fountain จะเข้าฉายก็ปาไปเกือบปีหลังจากฉายในต่างประเทศ แต่ Black Swan นี่ได้ยินว่ามีฉากไม่เหมาะสมกับศีลธรรมอันดีต่างๆ มากมายเลยคิดว่าคงจะไม่ได้ดู (ในโรง) แล้ว แต่อยู่ๆ ก็มีข่าวว่าจะเข้าฉายแบบจำกัดโรงเลยเก็บอันที่โหลดมาไว้ดูทีหลังรอไปดูในโรงดีกว่า ซึ่งก็เป็นความคิดที่ถูกเพราะหลังจากไปดูในโรงแล้วพบว่าถ้าดูกับจอเล็กๆ ในคอมหรือโทรทัศน์ที่บ้านคงไม่ได้อารมณ์ร่วมท่วมท้นมากมายขนาดนี้เป็นแน่แท้

(มี spoil นะครับ)

Read the rest of this entry »

Twitter for iPad

จากที่เคยเขียนถึง Tablet ไปก็พูดถึงเรื่องส่วนติดต่อผู้ใช้ซะส่วนใหญ่ พอดี Twitter ออก Twitter for iPad มา ได้ลองเล่นดูพบว่าส่วนของการออกแบบ UI ตรงกับที่เคยเขียนไว้เกี่ยวกับ gesture-based navigation ว่าต้องลดปุ่มลงและใช้การเคลื่อนไหวของนิ้วมือในการเรียกใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ แทน ซึ่ง Twitter for iPad ทำส่วนนี้ออกมาได้ดีมากๆ จนน่าจะเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานของการออกแบบ UI สำหรับ Tablet เลยก็ว่าได้ ส่วนที่น่าสนใจก็มีตามนี้

  • UI เป็นแบบ 3 column ฝั่งซ้ายเป็นเมนู ช่องกลางเป็นเนื้อหาที่มาจากการกดเมนู (เช่น timeline หรือ รายชื่อ list) และขวาสุดจะเป็นส่วนขยายของช่องกลางอีกที ทำให้ flow ของ information เรียงตัวจากซ้ายไปขวา เรียบง่ายไม่สับสน
  • สามารถลาก column ไปมาเพื่อปรับขนาดตามความสนใจต่อเนื้อหาใน column นั้นๆ ได้ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คิดว่าเจ๋งคือเมนูในฝั่งซ้ายที่ตามปกติแล้วจะแสดงทั้งไอคอนและตัวอักษร แต่เราสามารถลาก column ไปทับบริเวณเมนูได้โดยไม่ทำให้บังเมนูทั้งหมดเพราะจะทับแค่ส่วนที่เป็นตัวอักษรเท่านั้น ส่วนที่เป็นไอคอนยังคงแสดงผลอยู่ ถือว่าจัดสรรพื้นที่ใช่สอยได้ฉลาดมาก
  • column กลางกับขวาจะสามารถซ้อนเป็น stack ทับกันไปได้เรื่อยๆ ตามแต่ข้อมูลที่เรากดดู เช่น ข้อมูลผู้ใช้ บทสนทนาในกรณีที่ใช้ reply to (เลิก rt เพื่อตอบกันเถอะนะ) และที่เจ๋งสุดคือแสดงผลเว็บได้เลยภายใน column จากลิงค์ที่มีคนทวีตมา
  • ใช้ multi-touch ได้น่าสนใจ เช่น กางนิ้วในลักษณะ pinch zoom บนทวีตแล้วจะแสดง user's profile ของเจ้าของทวีต หรือ ในกรณีที่ reply กันไปมาใช้สองนิ้วแตะที่ทวีตแล้วลากลงมาจะแสดงบทสนทนาให้เลย
  • ไม่รู้มีอันอื่นอีกไหม หลายอย่างก็เจออย่างไม่ตั้งใจเพราะส่วนใหญ่ไม่มีปุ่มมากำกับ (ยกเว้นหน้า user's profile กับ ตอนที่แสดงผลเว็บ ซึ่งก็ make sense ดี)

ปิดท้ายด้วยวีดีโอรีวิวที่หาได้จาก YouTube ละกัน

Inception

ตั้งใจว่าจะดูตั้งแต่ อาทิตย์แรกที่เข้าเพราะถ้าช้าคงโดนสปอยแหลกแน่นอน แต่ก็มีเหตุขัดข้องนิดหน่อยเลยต้องทนฟังสปอยจากคนรอบข้าง (แต่ไม่มากเท่าไหร) เกือบอาทิตย์กว่าจะได้ดู

Read the rest of this entry »