Tablet

Living in harmony

ผมตื่นเช้าขึ้นมาด้วยนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต้ะข้างหัวนอน หลังจากหยุดปลุกผมแล้วมันก็แสดงรายการของสิ่งที่ผมควรจะต้องรู้ในเช้าวันนี้ มีอีเมลจากทีมที่อยู่ในอีกทวีปหนึ่ง 3 ฉบับ และนอกนั้นก็เป็นข่าวประจำวัน

โทรศัพท์เครื่องเดิมที่ปลุกผมอ่านอีเมลจบก่อนที่ผมจะอาบน้ำเสร็จ เนื่องจากเป็นแค่รายงานสรุปผลที่ไม่มีอะไรมากนัก ผมจึงสั่งให้โทรศัพท์อ่านข่าวในหัวข้อที่ผมสนใจต่อไป ต้องขอบคุณอัพเดตเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่แล้ว ผมจึงไม่ต้องปิดฝักบัวก่อนออกคำสั่งเพื่อป้องกันไม่ให้โปรแกรมสับสนระหว่างเสียงผมกับเสียงน้ำกระทบกับพื้น

หลังจากจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะอาหารได้สักพัก ผมก็รู้สึกอยากเห็นสถานการณ์ของข่าวที่กำลังฟังจากโทรศัพท์ จึงหยิบ Tablet ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาปลด lock เพื่อดูวีดิโอประกอบ แต่กลับไม่มีอะไรน่าสนใจอย่างที่คิดจึงปิด Tablet และวางมันกลับไว้ที่เดิม พร้อมกับเสียงอ่านข่าวที่เงียบลงกลางคัน ก่อนที่จะดังขึ้นอีกครั้งเพื่ออ่านข่าวถัดไป

Read the rest of this entry »

Windows 8

ยังไม่มีเวลาดูรายละเอียดเท่าไหร ทดภาพรวมที่เข้าใจเอาไว้ก่อน

  • ทุกคนกำลังขยายอำนาจจากพื้นที่ที่ตัวเองถือครองอยู่ออกไปยังเขตที่ตัวเองยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร
  • Web Application จะกลายเป็นเนื้อเดียวไปกับ Native Application
  • จากแนวคิดในการพัฒนา เหมือน Microsoft พยายามจะให้เราใช้ Tablet เป็น Desktop ไปด้วย (ในบริบทที่ต่างกัน) ทีมที่ทำ Windows 8 ก็คงจะรู้ข้อจำกัดเรื่องความแตกต่างในการใช้งานดีอยู่แล้ว และคงพยายามจะออกแบบการสับเปลี่ยนระหว่าง Desktop และ Tablet ให้ออกมาเนียน และ ไร้รอยต่อ ที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ซึ่งถ้าทำออกมาได้ดีก็น่าจะถือเป็นการปฏิวัติแนวคิดการออกแบบในวงการได้เลยทีเดียว)
  • การมาของ Windows 8 ดูแล้วเหมือนจะเปิดศึกกับ Apple แต่คิดว่าเบอร์ 2 ในตลาด Tablet อย่าง Google น่าจะต้องหนักใจมากกว่าสำหรับช่วงแรก เพราะคนที่ใช้ iPad คงไม่เปลี่ยนใจกันง่ายนัก แต่ตลาดที่เหลือ (คนที่ไม่ใช้ iPad ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม) นั้นยังมีที่ว่างให้ช่วงชิงอีกมาก Google ที่เป็นเจ้าของพื้นที่อยู่ก็ใช่ว่าจะทำอะไรได้ดีนัก คนน่าจะใช้เพราะไม่มีตัวเลือกอื่นมากกว่า
  • พอ HTML5/Javascript มีสถานภาพเทียบเท่ากับ Native Application มากขึ้น ก็น่าสนใจว่า Apple จะมีท่าทียังไง
  • แต่การเปิดตัวอะไรสักอย่างของ Apple อาจทำให้ทั้งหมดนี้อาจกลายเป็นฝุ่นไปเลยก็ได้

ณ จุดนนี้ก็น่าเป็นห่วง Google อยู่เหมือนกันนะ

Before getting a Tablet

ช่วงนี้คนใกล้ตัวสนใจจะซื้อ Tablet กันเยอะ ก็มีข้อให้คำนึงถึงก่อนซื้อประมาณนี้

  • ปกติเวลาจะตัดสินใจซื้อคอมฯ สักเครื่องเราจะดูที่ Hardware เป็นหลักไม่ได้สนใจ Software เท่าไหรเพราะมันอยู่ในระยะที่ mature แล้ว
  • แต่กับ Tablet ที่เพิ่งจะเกิดได้ไม่นาน (ไม่นับพวกที่โดนจับยัด Windows ไปทั้งดุ้นนะ) ในส่วน Software ก็ยังมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงให้เข้ากับธรรมชาติของการใช้งาน Tablet อีกมาก ลำพังแค่เพียง Hardware ระดับเทพไม่ได้ช่วยให้ Tablet ตัวนั้นเทพตามไปด้วยแต่อย่างใด
  • ฉะนั้นให้ทำใจไว้ก่อนว่าถ้าซื้อ Tablet ตอนนี้ก็จะยังไม่ได้สิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุด (ถ้าเทียบกับ PC ที่นิ่งมากแล้ว) และจะมี upgrade ต่างๆ ออกมาให้ช้ำใจในเวลาอันใกล้ และบางเรื่องอาจถึงขั้น revolution ไปเลยก็ได้
  • แต่ถ้าจะซื้อใช้ตอนนี้เลยก็ไม่มีตัวไหนพร้อมไปกว่า iPad (ตอนนี้มี iPad 2 ออกมาแล้วด้วย)
  • ส่วนแอนดรอยด์ (เฉพาะ Tablet นะ) ถ้าไม่ใช่ Honeycomb ก็ไม่แนะนำเท่าไหร เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานบนอุปกรณ์สัมผัสจอใหญ่ๆ แถมแอพฯ สำหรับ Tablet นอกจากที่แถมมาให้จากผู้ผลิตแล้วก็ยังมีน้อยมาก (ณ วันที่เขียน) ซึ่งจริงๆ แล้ว Software ของ iPad (iOS ) ก็ยังไม่พร้อมกับการใช้งานบน Tablet เท่าไหร แต่มีแอพฯ จำนวนมากที่รองรับแล้วก็เลยเฉือนชนะไป
  • รายที่ดูจะมี Software ที่เหมาะกับ Tablet มากที่สุดก็คงเป็น Blackberry Plabook กับ Tablet ในตระกูล webOS แต่ก็ยังคงต้องรอดูอนาคตกันต่อไป
  • (ว่าแต่ Windows 7 หรือ Windows Phone 7 หายไปไหน?)

สรุป : ในมือมีเงิน ในใจอยากได้ Tablet และถ้ายอมรับระบบปิดของ Apple ได้ก็เดินเข้า iStudio ไปซื้อ iPad (หรือรอ iPad 2 เข้าไทย) ไม่งั้นก็รอไปก่อน

The Third Device

ต่อจากที่เคยเขียนถึงแท็บเล็ตเอาไว้ก็ลองเอาโมเดลของสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วมาจับดูว่าทิศทางในอนาคตจะเป็นยังไง แต่ว่าช่วงนี้งานอดิเรกยุ่งเหลือเกินเลยไม่ได้เอาที่คิดไว้มาเรียบเรียงซะที ก็เว่ามันเป็นข้อๆ ไปเลยละกัน

  • ปีหน้า (2011) คงเห็นแท็บเล็ตเปิดตัวกันเยอะ ที่น่าคิดต่อไม่ใช่ว่ามันจะออกมา "ยังไง" แต่คือมันจะอยู่ "ตรงไหน"
  • อย่างที่รู้กันคือแท็บเล็ตมันอยู่ "กึ่งกลาง" ระหว่างโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลพอดี คงไปแทนที่ใครตรงๆ ไม่ได้ (แต่ในอนาคตเป็นอีกเรื่องนึง)
  • เท่าที่จำความได้ ยุคที่มีอุปกรณ์ตัวใหม่เข้ามาในชีวิตก็คือการมาของโทรศัพท์มือถือ
  • มีโทรศัพท์บ้านกับสาธารณะอยู่แล้วแต่เราก็ยอมแบกมือถือกัน
  • เพราะถ้ามันคุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไป เราก็ยอมแลก (เหตุผลเดียวที่เรายอมเจ็บปวดกับความรัก)
  • ฉะนั้นถ้ามองตามโมเดลของโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (รวมถึง Laptop) ก็จะกลายเป็นคอมพิวเตอร์ "บ้าน" ส่วนแท็บเล็ตก็จะกลายเป็นคอมพิวเตอร์ "มือถือ"
  • ทำให้แท็บเล็ตเป็นสิ่งที่ต้องมีเพิ่มจากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและโทรศัพท์มือถือ
  • คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลน่าจะมีการใช้ในงานที่เฉพาะทางมากขึ้น (ต้องการพลังประมวลผล ความเสถียร และ input ที่คล่องตัว)

แต่โลกเราเปลี่ยนแปลงด้วย the unexpected ฉะนั้นกรณีข้างบนจะไม่จริงถ้า

  • มีการคิดค้นช่องทาง input ข้อมูลที่แทนที่คีย์บอร์ดและเม้าส์ได้สิ้นเชิง หรือโปรแกรมต่างพากันปรับตัวให้ใช้งานบนหน้าจอสัมผัสได้หมด คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจะไม่จำเป็นอีกต่อไป (แต่ก็อย่าลืมประเด็น Gollira Arm Syndrome)
  • เครือข่ายมีความเสถียรพอที่จะทำ VDO Call ได้ตลอดเวลา โทรศัพท์มือถืออาจจะลดความจำเป็นลงแล้วใช้แท็บเล็ตติดต่อกันแทน (ไม่ใช่เพราะสะดวกกว่าแต่เพราะจะได้ตัดของที่ต้องแบกเมื่ออยู่นอกบ้านไปได้ชิ้นนึง)
  • คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเพิ่มความ mobility ได้มาก หรือโทรศัพท์มือถือเพิ่มพลังประมวลผล การแสดงผล และแบตเตอรี่ ได้มากพอ แท็บเล็ตก็จะอาจจะหายไป (ว่าแต่ไอ้พวกนั้นมันไม่เรียกว่าแท็บเล็ตเรอะ)

อาจไม่ตรงตามนี้เลย แต่คิดเล่นๆ ก็สนุกดี

My Thought on Tablet Device

คิดเรื่องเกี่ยวกับ tablet มาระยะนึงแล้ว ช่วงนี้ได้ลองเล่นของจริงบ้างก็มีที่ไม่ตรงกับที่คิดไว้หรือคิดอะไรเพิ่มเติมได้อีกจำนวนนึง จดเก็บไว้หน่อยกันลืม

  • เหมาะกับการบริโภคข้อมูลมาก (บางคนใช้คำว่า "เสพย์สื่อ") ด้วยขนาดหน้าจอที่พอดี ไม่ใหญ่ไปจนน่ารำคาญหรือเล็กไปจนมองอะไรไม่เห็น (แต่ถ้าคิดประเด็นเรื่องความสะดวกในการพกพาเพิ่มเข้าไปขนาด 5" - 7" น่าจะกำลังดี) และการที่ไม่มี physical keyboard ทำให้ไม่มี distraction มาดึงความสนใจจากเนื้อหาที่กำลังรับ
  • เลยทำให้การป้อนข้อมูลเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าใช้งานเล็กๆ น้อยๆ เช่น ค้าหาในกูเกิล หรืออัพเดตข้อความในเฟสบุ๊ค ก็ไม่เป็นปัญหาเท่าไหร แต่การพิมพ์รายงานเป็นเล่มบนจอสัมผัสคงไม่สนุกแน่ ถ้าจะนำมาใช้ทดแทนคอมพิวเตอร์ในแง่ของการ "ป้อนข้อมูล" แล้วคงต้องแก้ด้วยการรื้อแนวคิดการป้อนข้อมูลแบบเดิมด้วยคีย์บอร์ดแล้วไปใช้วิธีที่เหมาะสมกับสรีระร่างกายตอนใช้งานมากกว่า เช่น การสั่งงานด้วยเสียง (natural language processing มาแน่นอน) การใช้ปุ่มหรือผิวสัมผัสหลังตัวเครื่อง (มีหลายเจ้าเริ่มทำวิจัยแล้ว แต่บางคนยังเห็นว่ามันตลกและไร้สาระอยู่) ใช้เซนเซอร์ตรวจความเคลื่อนไหวจากภายนอก หรือกลับสู่เบสิคด้วยการใช้ดินสอเขียนบนหน้าจอเอา ฯลฯ (ยังคิดอย่างอื่นไม่ออก)
  • ซึ่งถ้าการป้อนข้อมูลทำได้ดี ตอบสนองรวดเร็ว ผลลัพธ์เชื่อถือได้ คงจะทำให้การบันทึกข้อมูลที่เราเพิ่งรู้ (ขอเรียกข้อตะกี้ว่าข้อมูลที่เรารู้อยู่แล้ว ซึ่งไม่ต้องการสื่อช่วยบันทึกที่ตอบสนองรวดเร็วนักเพราะข้อมูลยังคงอยู่ในความจำหรือสื่ออื่นๆ) เช่น หัวข้องานที่ต้องทำที่ได้ในระหว่างการประชุม ประเด็นที่อาจารย์สอนในคาบเรียน หรือความคิดต่างๆ ที่แล่นอยู่ในหัว ซึ่งล้วนต้องบันทึกให้เร็วพอก่อนที่ข้อมูลในความจำระยะสั้นจะหายไป มาบันทึกด้วยวิธีแบบดิจิทัลมากขึ้น แทนที่เครื่องมือที่ดีที่สุดอย่างดินสอและกระดาษในตอนนี้
  • (ซึ่งโดยส่วนตัวผมเองก็สงสัยในประเด็นของการเขียนด้วยดินสอว่าที่มันเร็วเนี่ยเพราะมันเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดหรือเพราะเราชินกับมันมากที่สุด แต่ผมคงหาตัวอย่างทดลองที่บันทึกข้อมูลด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่การเขียนมาตั้งแต่เกิดไม่ได้ในเร็ววันนี้)

  • ส่วนติดต่อผู้ใช้ที่ต้องค้นคว้าและออกแบบกันเพิ่มเติมอีก ที่จริงตอนแรกคิดว่าเอารูปแบบของ desktop มาใช้เลยก็ไม่น่ามีปัญหา แต่พอได้ลองใช้ tablet จริงๆ แล้วก็เข้าใจทันทีว่าทำไม Windows Tablet รุ่นที่ผ่านๆ มาถึงไม่รุ่งซะที (แต่ใน Windows 7 ก็ทำมารองรับระบบสัมผัสพอสมควรแล้วนะ) และ Ubuntu Netbook Remix นั้นมองการไกลขนาดไหน การมีพื้นที่ใช้สอยบนจอภาพแบบสัมผัสได้มากจนถึงระดับนึงจะทำให้มีแนวทางใหม่ๆ มากมายในการสร้างส่วนติดต่อกับผู้ใช้ ตอนนี้หลายเจ้าคงได้เรียนรู้ข้อดีข้อเสียจาก iPad ของแอปเปิลที่ออกตัวไปก่อนแล้ว
  • ระบบ navigation คงต้องลดการใช้ปุ่มลงและเพิ่มการใช้ gesture ให้มากขึ้นเพราะระยะห่างจากนิ้วมือผู้ใช้ถึงบริเวณต่างๆ นั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ และการจับอุปกรณ์อาจจะมีรูปแบบที่หลากหลาย การสร้าง "Menu ที่เรียกใช้ตรงไหนก็ได้" น่าจะเป็นทางออกที่ดีอันนึง
  • เกมที่บังคับด้วย virtual button บนหน้าจอคงจะน้อยลง เพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นทำให้เอานิ้วไปเล่นบนหน้าจอได้โดยไม่บดบังเนื้อหาเกินระดับที่ยอมรับได้ (เหมือนใช้ stylus บน Nintendo DS) แอบหวังลึกๆ ว่าจะมี remake ของเกม Black & White หรือเกมอารมณ์ประมาณนี้ออกมาให้เล่นนะ

ตอนนี้คิดประเด็นที่เป็นรูปเป็นร่างออกแค่นี้ หนทางที่มองไม่เห็นคงยังอีกยาวไกล